Intense Pulsed Light ( IPL )
คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า IPL คือเลเซอร์ ซึ่งจิงๆ แล้ว IPL ไม่ใช่เลเซอร์ IPL เป็น Light Therapy หรือการรักษาด้วยแสง โดยจะมีช่วงแสงที่มีช่วงคลื่น 420 – 1200 นาโนเมตร (nm) และไม่ได้ใช้แหล่งกำเนิดพลังงานจากเลเซอร์
IPL เพื่อกำจัดขน เหมาะกับผู้ที่มีขนเส้นหนา ขนสีเข้ม สามารถกำจัดขนได้ทุกส่วน แต่ที่นิยมมากที่สุดมีดังนี้
- ขนรักแร้
- ขนหน้าแข้ง
- ขนขา
- ขนแขน
นอกเหนือจากบริเวณดังกล่าว เช่น ริมฝีปาก ขาหนีบ บิกินี หรือผิวที่ไวต่อการสัมผัส การทำเลเซอร์ IPL เพื่อกำจัดขน อาจเกิดความรู้สึกเจ็บมากกว่าส่วนอื่น ดังนั้นแพทย์จะต้องปรับความเข้มของแสงให้เหมาะกับสีผิวของแต่ละคน
IPL กำจัดขนมีกี่แบบ?
ปัจจุบันการกำจัดขนโดยการเลเซอร์ IPL มีรูปแบบที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบดังนี้
IPL แบบทำเองได้ที่บ้าน
เป็นวิธีที่สะดวกสบายรวมถึงเหมาะกับยุคที่เร่งรีบเอามากๆ สำหรับเครื่อง IPL กำจัดขนที่สามารถทำได้เองที่บ้าน ถูกออกแบบและผลิตออกมาให้มีขนาดกระทัดรัด พกพาได้ มีคุณสมบัติเรียบง่ายที่เหมาะกับการใช้งานได้เอง และปัจจุบันมีให้เลือกหลายยี่ห้อ
ข้อดี-ข้อเสียของวิธีนี้ เหมาะกับใคร
- สะดวกและรวดเร็วไม่เสียเวลาเดินทางไปคลินิก
- ประหยัดเงินค่าเข้าคอร์สทำเลเซอร์กำจัดขนที่คลินิก
- ให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่ากับทำที่คลินิก
- ให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าทำที่คลินิก
- ต้องทำซ้ำบ่อยๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจน
- ความถี่ที่ต้องเลเซอร์ : 4-5 ครั้ง ในทุกๆ 2 สัปดาห์
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 3-6 ครั้ง / 1-2 เดือน
เหมาะกับใคร : การใช้เครื่อง IPL กำจัดขนเองที่บ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาเดินทางไปคลินิก และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หรืออาจจะเคยเข้ารับการกำจัดขนที่คลินิกมาบ้างแล้ว แต่ต้องการกำจัดขนออกนิดหน่อยด้วยตัวเอง
IPL แบบเข้ารับบริการที่คลินิก
เครื่องมือ IPL ที่ใช้กำจัดขนในคลินิก จะมีคุณภาพความเข้มข้นของแสงที่เข้มข้นสูง และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำ แก้ปัญหาปัญหาขนและสีผิวอย่างเหมาะสมกับแต่ละคน
ข้อดี-ข้อเสียของวิธีนี้ เหมาะกับใคร
- สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องมีความเข้มข้นของแสงสูงกว่าเครื่อง IPL ที่ทำที่บ้าน
- ปลอดภัยสูง เนื่องจากควบคุมและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- อาจเกิดการระคายเคืองผิวได้ จากเครื่องที่มีความเข้มข้นของแสงสูง
- ความถี่ที่ต้องทำ : 6 – 8 ครั้ง ทุก 6 สัปดาห์
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 2-3 ครั้ง /1-2 เดือน
เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ต้องการกำจัดขนที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาว และถอนขนถึงรากลึก ผู้ที่มีปัญหาขนคุด
IPL กี่ครั้งเห็นผล?
จำนวนครั้งในการทำ IPL เพื่อกำจัดขน การตอบสนองของการรักษาว่าเห็นผลมากน้อยแค่ไหนต่อครั้ง ขึ้นอยู่บริเวณที่ทำ ขนาดและสีของเส้นขน สีผิว อีกทั้งยังต้องใช้ความต่อเนื่องในการทำทุก 4-5 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยประมาณ 5-8 ครั้ง หรือในบางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น
กำจัดขนด้วย IPL เจ็บไหม?
อาจมีความรู้สึกเจ็บระหว่างการ IPL เพื่อกำจัดขน หรือมีผลค้างเคียงเช่น บวม แดง และสีผิวเข้มขึ้น หรืออ่อนลงได้ แต่อาการทั้งหมดจะหายได้เองเป็นปกติภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ ซึ่งไม่ส่งผลอันตรายใดๆ ต่อผิวหนังทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
IPL ช่วยรักษาขนคุดได้ไหม?
การกำจัดขนด้วย IPL นอกจากจะช่วยกำจัดขนลึกถึงรากขนแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาขนคุด ที่เป็นบ่อเกิดของการเกิดผิวรอยดำในอนาคตอีกด้วย นอกจากนั้นยังลดการเกิดปัญหาหนังตุ่มหนังไก่อีกด้วย
ข้อดีของ IPL
- ช่วยกำจัดขนได้ถึงต้นตอของเส้นขน
- ทำให้เส้นขนชุดใหม่งอกได้ช้าลง
- มีความอ่อนโยนต่อผิวจึงไม่เจ็บ และไม่ค่อยมีผลข้างเคียงหลังทำ
- ใช้ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งไม่นาน
- หลังทำไม่ต้องพักฟื้นร่างกาย
ข้อเสียของ IPL
- เห็นผลได้ค่อนข้างช้า จะต้องทำหลายๆ ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล เมื่อเทียบกับการกำจัดขนด้วยเครื่องเลเซอร์
- มีค่าใช้จ่ายที่สูง
- ไม่เหมาะกับคนที่มีเส้นขนหนาและมีผิวที่เข้ม
IPL กับ YAG มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันอย่างไร?
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจทำเลเซอร์กำจัดขน แล้วยังเลือกไม่ถูกว่าจะทำแบบไหนดีระหว่าง IPL กับ เลเซอร์ YAG โดยทั้งสองแบบมีข้อแตกต่างกันดังนี้
IPL (Intense Pulsed Light)
- กำจัดขนโดย : แสงความเข้มข้นสูง (ลำแสงสเปกตรัม) มีลำแสงที่กว้าง แต่ไม่สามารถเข้าสู่ผิวได้ลึกเท่าการเลเซอร์ YAG เพราะ IPL ไม่ใช่เลเซอร์
- มีประสิทธิภาพในการกำจัดขน แต่จะต้องทำหลายครั้งมากกว่าการเลเซอร์ YAG
จุดเด่น : ราคาถูกกว่าการกำจัดขนด้วยเลเซอร์
จุดด้อย : ระหว่างทำผิวบริเวณรอบข้างอาจได้รับความระคายเคือง เนื่องจาก IPL มีลำแสงที่กว้าง
นิยมใช้กำจัดขนบริเวณ : รักแร้ ขา หลัง และใบหน้า
เลเซอร์ YAG ( Yttrium Aluminum Garnet )
กำจัดขนโดย : ยิงเลเซอร์ด้วยความยาวคลื่นหลายระดับ สำหรับการกำจัดขนจะใช้ Long Pulse ND Yag ที่มีความยาว 1,024 นาโนเมตรสามารถลงถึงผิวชั้นลึกได้มากกว่า IPL จึงสามารถกำจัดขนถึงราก ไปจนถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้อีกด้วย
จุดเด่น : ไม่ต้องทำเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งเท่าแบบอื่น เพราะให้ผลลัพธ์ขนหลุดร่วงทันทีหลังทำในครั้งแรก อีกทั้งสาวผิวเข้มก็สามารถทำ YAG ได้เนื่องจากไม่จับสีผิว จึงทำให้ไม่เกิดรอยไหม้ รอยผิวดำหลังทำเท่ากับการทำ IPL
จุดด้อย : มีอาการแสบร้อน ผิวหนังบวมแดงในบริเวณที่ทำ อาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังทำ
นิยมใช้กำจัดขนบริเวณ : บริเวณที่มีพื้นที่จำกัด หรือบริเวณที่ต้องเก็บรายละเอียดเล็กๆ ให้หมดจด เช่น ใบหน้า หนวดเครา หรือแม้แต่กำจัดขนบิกนีก็ทำได้ดี
IPL กําจัดขน ทําได้บ่อยแค่ไหน?
สำหรับการกำจัดขนด้วย IPL หากเข้ารับบริการที่คลินิก โดยปกติจะเป็นคอร์ส ต้องใช้จำนวนครั้งในการทำประมาณ 8 ครั้ง ก็จะไม่มีเส้นขนขึ้นบริเวณนั้น และสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี และเมื่อขนบางๆ เริ่มขึ้นอีก ก็สามารถกลับมาเข้ารับบริการทำ IPL ได้อีกครั้ง
แต่สำหรับการกำจัดขนโดยเครื่อง IPL ที่ทำเองได้ที่บ้าน ต้องใช้ความถี่และต้องทำบ่อยกว่า โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 15-20 ครั้ง ถึงจะเห็นผลลัพธ์ว่าไม่มีขนบริเวณนั้นๆ
IPL กําจัดขน อันตรายไหม มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
แม้ว่าการกำจัดขน IPL โดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีความเสี่ยงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่ดูแลตัวเองหลังเข้ารับบริการอย่างถูกวิธี
- ผิวหนังอักเสบ
การกำจัดขนด้วยเครื่อง IPL หลังทำจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดรอยแดงบริเวณผิวที่ทำได้ และอาจเกิดการอักเสบได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะต้องทำการรักษา และดูแลผิวที่อักเสบเป็นพิเศษ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรัง และผิวเสียในที่สุด
- ผิวไหม้ เบิร์น
เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยมาก หลังเข้ารับบริการกำจัดขน IPL เนื่องจากผิวบริเวณที่ทำได้สำผัสกับพลังงานแสงโดยตรง จะทำให้ผิวบริเเวณนั้นบอบบาง และไวต่อสิ่งรบกวนมากที่สุด โดยเฉพาะแสงแดด หากโดนบ่อยๆ หรือโดนแสงแดดแบบแรงๆ อาจจะทำให้ผิวไหม้ในที่สุด
- สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ในกรณีนี้เกิดขึ้นได้ หากทำโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องของทำ IPL ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกใช้ความเข้มข้นของคลื่นพลังงานมากเกินไป กระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีผิวผิดปกติ ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดเป็นรอยด่าง ซึ่งเป็นปัญหารักษายาก
- ผิวหนังถูกทำลายถาวร
เป็นกรณีต่อเนื่องจากการทำ IPL โดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญมากพอ เมื่อเลือกใช้ความเข้มข้นของคลื่นแสงพลังงานมากเกินไป ส่งผลให้ผิวเป็นรอยด่าง หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นผิวถูกทำลาย เกิดเป็นแผลเป็นอย่างถาวร
- ผิวหนังติดเชื้อ
สำหรับการเข้ารับบริการทำ IPL แน่นอนว่าต้องคำนึงถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่นอกจากเลือกใช้ความเข้มข้นของคลื่นพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคนแล้ว ยังต้องประเมินผิวของแต่ละคนว่ามีพื้นฐานเป็นอย่างไร เพราะไม่เช่นนั้น อาจมีภาวะผิวหนังติดเชื้อได้ ในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง เช่นผิวเป็นเริม เป็นต้น
ดังนั้นการเข้ารับการกำจัดขน IPL จะต้องคำนึงถึงคุณภาพคลินิก แพทย์ที่เชี่ยวชาญ อย่าคำนึงถึงราคาที่ถูกจนเกินไป จนลืมนึกถึงความปลอดภัยของผิว เพราะปัญหาผิวเรื้อรังที่เกิดขึ้น อาจต้องเสียทั้งเงินและเวลาเป็นเท่าตัวในการรักษา
IPL กำจัดขนได้ถาวรไหม?
การกำจัดขนด้วยเครื่อง IPL ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีขนขึ้นบริเวณนั้นอีกเลย 100% เนื่องจากผลลัพธ์จากการรักษาจะทำให้ขนนั้นตายและไม่เกิดขึ้นใหม่อีก แต่ก็ยังมีขนงอกขึ้นใหม่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกับบริเวณขนที่ถูกกำจัดไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะงอกช้า ต้องใช้เวลาหลังรักษาประมาณ 6-12 เดือน
IPL กำจัดขนหลายครั้งแต่ขนก็ยังไม่หลุดเพราะอะไร?
สาเหตุของการทำ IPL หลายครั้งแล้ว แต่ขนก็ยังไม่หลุด หรือหลุดร่วงออกน้อย ออกไม่มากเท่าที่ควร อาจมีสาเหตุดังนี้
- IPL เป็นแสงความเข้มสูง แต่ความยาวของคลื่นสั้น จึงทำให้พลังงานไม่สูงพอจะทำลายรากขนได้ทั้งหมดอาจจะได้ผลบ้างในไรขนอ่อนๆ บางๆ แต่ถ้าขนดกหนา ผลคือขนบางลงและขึ้นช้าแต่จะไม่หายไปทั้งหมด
- ขนที่ถูกกำจัดยังไม่ใช่ขนระยะที่ 4 เส้นขนที่จะถูกเลเซอร์ทำลายได้ดีที่สุดคือระยะที่ 4 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 25-30% ของขนทั้งหมด ดังนั้นหากผลลัพธ์ขนยังหลุดออกไม่หมด อาจต้องรอให้เส้นขนอยู่ในระยะที่ 4 ป็นขนที่โตเต็มที่แล้วมีความเข้มของเม็ดสีสูงจะถูกกำจัดไปหมด อาจจะต้องเว้นการเข้ารับการทำ IPL ไป 1-2 เดือน
- แพทย์เลือกใช้ความเข้มข้นของคลื่นพลังงานต่ำเกินไป ความไม่เชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ให้บริการอาจทำให้ผลลัพธ์ในการทำ IPL ไม่ได้ผล ซึ่งอาจจะเป็นการประเมินความเข้มข้นของคลื่นพลังงานไม่เหมาะกับสีผิว เป็นต้น
IPL กำจัดขนมีขั้นตอนอย่างไร?
- ก่อนทำ IPL
แพทย์จะทำความสะอาดผิวบริเวณผิวที่ต้องการกำจัดขน และใช้เจลเย็นหรือยาชาชนิดทา ทาบริเวณที่จะกำจัดขน โดยทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ก่อนการทำ IPL โดยผู้ที่เข้ารับบริการเลเซอร์ IPL ต้องสวมแว่นตาสำหรับป้องกันอันตรายจากแสง IPL
- ระหว่างทำ IPL
แพทย์จะวางอุปกรณ์สำหรับยิงแสง IPL ไว้บนผิวหนังบริเวณดังกล่าว ซึ่งอุปกรณ์นี้จะปล่อยพลังงานแสงออกมาที่ผิวเพื่อกำจัดขน กระบวนการทำ IPL ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ต่อครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่ต้องการกำจัดขน และระหว่างทำจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
- หลังทำ IPL
เมื่อเสร็จสิ้นการกำจัดขน IPL ผู้เข้ารับบริการสามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น แต่ผิวบริเวณที่ทำอาจมีรอยแดง และระคายเคืองคล้ายถูกแดดเผา อาการระคายเคืองนี้จะหายไปเองหลังจากทำ 2-3 ชั่วโมง และอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งจะหายเป็นปกติได้เองภายใน 1-2 วัน
การดูแลตัวเองหลังกำจัดขนด้วย IPL
แม้ว่าหลังการเข้ารับการกำจัดขนด้วย IPL จะไม่ต้องพักฟื้น สามารถเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำธุระได้ทันที แต่ก็ต้องการวิธีดูแลผิวบริเวณที่ถูกทำด้วยเช่นกัน เพราะผิวบริเวณดังกล่าวจะบอบบางและไวต่อการเกิดระคายเคืองได้ง่าย จึงต้องดูแลดังนี้
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ หลังเข้ารับบริการ IPL
- ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดโดยเลือกชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวที่แพ้ง่าย
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น หรือการประคบร้อน จะทำให้ผิวบริเวณที่ทำ IPL จะกลับมามีภาวะปกติเร็วที่สุด
- ในกรณีที่มีอาการบวมแดง อาจใช้เจลว่านหางจระเข้ทาผิวบริเวณนั้นๆ ได้
- ทาครีมบำรุงผิวที่เน้นมอบความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อให้ผิวบริเวณที่ทำ IPL กลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี หลังจากการกำจัดขนได้อีกครั้ง
สรุป
การกำจัดขนด้วย IPL เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมแพร่หลาย และแทบทุกคลินิกก็มีพร้อมให้บริการ แต่ทั้งนี้ผู้เข้ารับบริการต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัยของผิวตัวเอง ดังนั้นนอกจากบริการ IPL แล้ว ยังต้องคำนึงถึงแพทย์ผู้ที่ทำว่ามีความเชี่ยวชาญมากแค่ไหน

-
Fluorescent Pulsed Light ( FPL )
Fluorescent Pulsed Light ( FPL ) คือเทคโนโลยี IPL ที่ดียิ่งขึ้น โดยเพิ่มระบบ Fluorescent Filters เพื่อกรองช่วงคลื่นแสงที่ไม่ต้องการและอาจเป็นอันตราย (harmful, blue light leakage) ออกได้มากกว่า IPL ทั่วไป ทำให้การรักษาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
Fluorescent Pulsed Light ( FPL ) แก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง?
พลังงานจาก FPL จะเข้าทำลายเซลล์ และโปรตีนเป้าหมายที่อยู่ในรอยแดง จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ หรือเส้นเลือด บนผิวหนังอย่างจำเพาะเจาะจง (Selective) ทำให้สีผิวที่ผิดปกติต่างๆ จางลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีลดรอยแดงสิวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน พลังงานดังกล่าวยังผ่านเข้าถึงผิวชั้นลึก (Dermis) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถใช้ช่วยแก้ปัญหาได้หลายประเภท
- ลดเลือนรอยแผลเป็นสิว รอยแดง หรือจุดด่างดำต่างๆ
- ผิวหน้าเนียนในเป็นสีเดียวกัน
- รักษาฝ้า กระ แผลเป็นที่มีสีผิดปกติต่างๆ
- ลดริ้วรอย ถอยอายุผิว
- กระชับรูขุมขน เนื้อผิวละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า (ที่ทำให้ใบหน้าแดง)
ระยะเวลาการรักษา
การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที สามารถรับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัวใดๆ ขณะยิงเลเซอร์อาจรู้สึก เจ็บเล็กน้อยเหมือนโดนหนังยางดีดบนผิว แต่จะไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยใดๆ หลังการรักษา คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวัน และปฏิบัติต่อผิวหน้าได้ตามปกติ หลังรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง* คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวที่ละเอียด นุ่มเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ ริ้วรอยและจุดด่างดำดูลดเลือนอย่างชัดเจน

-
Advanced Fluorescent Technology ( AFT )
AFT (Advanced Fluorescence Technology) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก IPL (Intense Pulsed Light) โดย AFT ใช้แสงความเข้มสูงในช่วงความยาวคลื่น 700-950 นาโนเมตร พลังงานแสงจะถูกปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดแสงที่ไม่ต้องการ และมุ่งเป้าไปที่เมลานินในรากขนโดยเฉพาะ ใช้ได้กับผิวขาวถึงผิวระดับกลาง สามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เจ็บน้อย และมีความปลอดภัย แต่ไม่สามารถทำให้ขนหายไปอย่างถาวรได้ทั้งหมดเหมือนกับเลเซอร์
IPL : Intense Pulsed light > DPL : Dynamic Pulsed Light > SHR : Super Hair Removal
IPL (Intense Pulsed Light)
IPL คือเทคนิคที่ใช้แสงเป็นพัลส์ในการรักษา เมื่อทำการรักษาบนส่วนที่มีขน ขนจะดูดซับแสงที่เปล่งออกมา และแสงที่ดูดซับจะถูกแปลงเป็นความร้อน ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเติบโตของรูขุมขนและปริมาณเมลานิน
เมื่อเปรียบเทียบกับ SHR, DRP และเลเซอร์กำจัดขนแล้ว IPL ถือเป็นเทคโนโลยีการกำจัดขนที่เก่าแก่ที่สุด เทคโนโลยีนี้จะโฟกัสที่บริเวณเป้าหมายน้อยกว่า ต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่า และไม่เหมาะกับผิวสีเข้ม
-
DPL (Dynamic Pulsed Light)
DPL คือวิธี IPL ขั้นสูงที่ใช้แสง (ช่วงสเปกตรัมแสงกว้าง) ในความเข้มข้นที่ควบคุมได้บนรากขนที่ต้องการกำจัดหรือรูขุมขน แสงจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีบนขนครึ่งหนึ่ง
ทำให้รากขนดูดซับแสง ซึ่งจะถูกแปลงเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายเม็ดสี เม็ดสีเป็นสาเหตุหลักของการเจริญเติบโตของเส้นขนในทุกบริเวณ นอกจากการกำจัดขนแล้ว DPL ยังใช้ในกระบวนการรักษาฝ้าและสิว (ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นในปัจจุบัน)
-
SHR (Super Hair Removal)
SHR Hair Removal เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบขั้นสูงของ DPL ในเทคนิคนี้ แสงจะถูกปล่อยออกมาเป็นพัลส์จำนวนมากแต่ไม่ปล่อยแสงเป็นเวลานาน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความกลัวที่ไวต่อแสง
SHR ใช้แนวทางที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเพื่อกำหนดเป้าหมายที่รูขุมขนและทำลายโดยไม่เจ็บปวด พร้อมทั้งทำให้เย็นลงด้วย ส่งผลให้กำจัดขนได้อย่างถาวร โดยจะส่งพลังงาน 50% ไปยังขนและอีก 50% ไปยังรูขุมขน ซึ่งเป็นส่วนที่รับผิดชอบในการพัฒนาขนในอนาคต ช่วยให้กำจัดขนได้โดยไม่เจ็บปวด
เนื่องจากพลังงานจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น จึงระคายเคืองและทำลายผิวหนังน้อยลง จึงเหมาะสำหรับทุกโทนสีผิวและแม้แต่ลูกค้าที่มีผิวแพ้ง่าย SHR ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาการกำจัดขน ในสิงคโปร์ เนื่องจากสามารถกำจัดขนได้ทั้งเส้นเล็กและเส้นใหญ่ เนื่องจากขั้นตอนการกำจัดขนด้วย SHR นั้นอ่อนโยนต่อผิวหนังมากกว่า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบริเวณที่บอบบาง เช่น การกำจัดขนแบบบราซิลเลี่ยน
การกำจัดขนด้วย SHR นั้นไม่เจ็บปวดและไม่สบายตัวเท่ากับการกำจัดขนด้วย IPL ทั่วไป การกำจัดขนมีประสิทธิภาพกับบริเวณส่วนใหญ่ของร่างกาย รวมทั้งใบหน้า แขน ขา และรักแร้ การกำจัดขนด้วย SHR ถือเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับการกำจัดขนถาวร เนื่องจากสามารถใช้ได้กับขนทุกประเภทและสีผิวเกือบทุกสี
สรุป
สำหรับ IPL ผู้ที่มีผิวสีเข้มจะรู้สึกไม่สบายมากกว่าผู้ที่มีผิวสีอ่อน IPL เปรียบเสมือนผ้าสีดำที่ดูดซับความร้อนทั้งหมด
แม้ว่า DPL จะเป็น IPL รูปแบบขั้นสูง แต่ก็มีประสิทธิภาพและรวดเร็วในการกำจัดขนเมื่อเทียบกับ IPL โดยสามารถกำจัดขนอ่อนและเส้นเล็กทั้งหมดได้ แต่ IPL ใช้เพื่อกำจัดขนหยาบเท่านั้นก่อน จากนั้นจึงกำจัดขนเล็กๆ จำนวนเล็กน้อย
เมื่อใช้ IPL คุณต้องได้รับแสงอย่างต่อเนื่องซึ่งค่อนข้างใช้เวลานานและเจ็บปวด แต่ DPL ในทางกลับกัน ใช้เฉพาะพัลส์แสงเท่านั้น ซึ่งด้วยวิธีการแบบควบคุม ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะช่วยรักษาขนเล็กๆ ด้วยเช่นกัน
IPL ใช้ได้กับสีผิวและสีขนที่เจาะจงเท่านั้น หากใช้ในทางที่ผิด อาจทำให้ผิวไหม้หรือเกิดรูเล็กๆ บนผิวหนังได้ ไม่สามารถใช้ IPL กับผิวสีเข้ม ขนสีแดง ขาว และเทาได้ นั่นคือข้อดีเพียงอย่างเดียวของ DPL ที่สามารถรักษาขนได้ทุกประเภท DPL มีความสามารถในการทำความสะอาดรูขุมขนและกระชับผิวเมื่ออายุมากขึ้น
SHR ใช้พลังงานคลื่นอ่อนในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกัน ทำให้ผิวหนังได้รับความร้อนอย่างอ่อนโยน พลังงานเพียงร้อยละ 50 เท่านั้นที่ตอบสนองต่อเม็ดสีที่ทำหน้าที่ทำให้ขนงอกออกมาหยาบและเข้ม
ส่วนที่เหลือร้อยละ 50 ใช้ในการรักษาเซลล์ปุ่มขนที่ทำหน้าที่สร้างขน ดังนั้นขนทุกเส้นจึงถูกกำจัดออกอย่างตรงจุดและเหมาะสม สำหรับลูกค้าใหม่ SHR จะเหมาะสมกว่าเนื่องจากไม่เจ็บปวดเมื่อเปรียบเทียบกับ IPL แต่ในด้านต้นทุน SHR ดีกว่าทั้ง IPL และ DPL
อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!
อัปเดตเทรนด์ และ Protocols
นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!



