สงสัยไหมว่าเราเข้าข่ายอ้วนหรือเปล่า ตัวบวมเพราะน้ำหรือไขมัน น้ำหนักเกินจากมวลไขมันหรือมวลกล้ามเนื้อ ไขมันที่สะสมไว้อยู่ตรงส่วนไหนของร่างกายบ้าง แล้วเรามีความเสี่ยงต่อภาวะผิดปกติอะไรในอนาคตหรือไม่?
ถ้าอยากรู้คำตอบแบบง่ายๆ ละเอียดครบถ้วน และรวดเร็ว โดยไม่ต้องเจ็บตัวและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง การวัดองค์ประกอบร่างกายด้วยเทคโนโลยี BIA เป็นตัวช่วยที่จะมาให้คำตอบเราได้ แถมยังช่วยให้เราสามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดแม่นยำอีกด้วย
เทคนิค BIA คืออะไร?
BIA หรือ Bioelectrical Impedance Analysis คือหลักการวัดองค์ประกอบร่างกายจากความต้านทานไฟฟ้า โดยอาศัยการปล่อยกระแสไฟฟ้าระดับต่ำ (1kHz-1MkHz) ที่ไม่เป็นอันตราย ผ่านเข้าสู่ร่างกายในความเร็วที่เหมาะสม คลื่นความถี่ไฟฟ้าจะไหลผ่านส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความต้านทานต่างกันไป เช่น มวลไขมัน และกระดูก จะมีแรงต้านไฟฟ้าสูง ในขณะที่ของเหลว กล้ามเนื้อ และเซลล์อวัยวะภายใน จะมีแรงต้านไฟฟ้าต่ำกว่า จากนั้นค่าความต้านทานไฟฟ้าที่วัดได้ก็จะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ เพื่อวิเคราะห์ผลออกมาเป็นค่าองค์ประกอบในร่างกาย
การวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี BIA นอกจากจะทำให้รู้องค์ประกอบภายในร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน มวลกระดูก และปริมาณน้ำอย่างแม่นยำแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถกำหนดทิศทางการดูแลสุขภาพได้ตรงจุดด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าพบว่ามีภาวะอ้วนลงพุง หรือมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมาก ควรต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างไรจะดีที่สุด หรือถ้าพบว่ามีมวลกล้ามเนื้อและมวลกระดูกน้อย จะมีแนวทางฟื้นฟูร่างกายได้อย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ด้วยเทคนิคดังกล่าวก็ยังช่วยประเมินสุขภาพในเชิงลึก และสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ อย่างโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจได้ ซึ่งก็จะช่วยให้เราหาทางป้องกันโรคเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

รู้จักกับเครื่องวิเคราะห์ BCA
BCA หรือ Body Composition Analyzer เป็นเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายที่ใช้หลักการ BIA ซึ่งก็คือการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ หลากหลายคลื่นความถี่เข้าไปวัดความต้านทานของเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย โดยจุดเด่นของเครื่อง BCA คือสามารถวัดองค์ประกอบภายในร่างกายทั้งหมดได้ ตั้งแต่น้ำหนักตัว ดัชนีมวลกาย ระดับการเผาผลาญ เปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลไขมัน มวลไขมันในช่องท้อง มวลกล้ามเนื้อและมวลกระดูกทุกส่วน ไปจนถึงปริมาณน้ำ ระดับโปรตีน ระดับแร่ธาตุในส่วนต่างๆ และการประเมินผลร่างกายโดยรวม ด้วยความแม่นยำที่สูงถึง 97%
นอกจากนี้ เครื่อง BCA ยังให้ผลการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยัง ตรวจวัดได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเทคนิคการตรวจอื่นๆ เช่น เครื่อง DEXA (Dual Energy X-ray Absorptiometry) ที่ใช้รังสี X-ray ในการตรวจวัด
เปรียบเทียบเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการวัดองค์ประกอบร่างกาย


ข้อดีของเครื่อง Accuniq BCA
Accuniq เป็นเครื่อง BCA สำหรับวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายแบบยืนและมือจับ ที่ใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่า 3 คลื่นความถี่ (Multi frequency) โดยมีการวัดความต้านทานไฟฟ้าจากแขนสู่แขน แขนสู่ขา และขาสู่ขา ซึ่งเป็นการวัดแยกแต่ละส่วนตั้งแต่แขนซ้าย แขนขวา ลำตัว ไปถึงขาซ้าย และขาขวา ทำให้ได้ผลการวิเคราะห์ทั่วทั้งร่างกายอย่างละเอียด และเป็นค่าที่ผ่านการวัดจริง ไม่ใช่ผลการคำนวณหรือค่าประมาณ ความแม่นยำจึงสูงกว่าเครื่องวิเคราะห์ที่ใช้เพียง 1 – 2 คลื่นความถี่
ความโดดเด่นของเครื่องวิเคราะห์ Accuniq ได้แก่:
- มีการตรวจวัดแบบแยกส่วนทั่วทั้งร่างกาย และใช้กระแสไฟฟ้าแบบ Multi frequency ทำให้ได้ผลการวิเคราะห์อย่างครบถ้วน ละเอียด และมีความแม่นยำสูงถึง 97% เมื่อเทียบกับเครื่อง DEXA
- สามารถวัดได้ทั้งค่าพื้นฐาน อย่างน้ำหนัก ดัชนีมวลกาย เปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ ตลอดจนค่าเชิงลึก เช่น พื้นที่ไขมันในช่องท้อง มวลกล้ามเนื้อติดกระดูก ปริมาณแร่ธาตุในกระดูก ภาวะอ้วนลงพุง และภาวะบวมน้ำ เพื่อการประเมินสุขภาพอย่างครอบคลุมครบมิติ
- สามารถประเมินผลภาพรวม ประเมินความสมดุลของร่างกาย ประเมินความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้ จึงเหมาะจะใช้ติดตามและวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว
- วิเคราะห์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น
- ใช้วิเคราะห์ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในช่วงอายุตั้งแต่ 1 – 99 ปี
- ใช้ประเมินรูปร่างได้มากถึง 20 รูปแบบ เพื่อการวิเคราะห์และแก้ปัญหาเรื่องรูปร่างได้อย่างชัดเจน
- ใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันเพื่อบันทึกผล ติดตามผล สั่งพิมพ์ผลวิเคราะห์ และแชร์ข้อมูลผ่าน social media ได้ทั้งในระบบ Android และ IOS โดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์
ข้อควรรู้ก่อนรับการตรวจด้วยเทคนิค BIA
การตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค BIA ไม่เหมาะกับ:
- ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าจากเครื่องวิเคราะห์ BCA อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ได้
- ผู้อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักทารกในครรภ์จะมีผลต่อน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของผู้ตรวจวัด
- ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดและใส่เหล็ก/โลหะในร่างกาย เนื่องจากจะมีผลต่อน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือขัดขวางการผ่านของกระแสไฟฟ้า
อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!
อัปเดตเทรนด์ และ Protocols
นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!






