การบำบัดด้วยการดึง (Traction Therapy)การบำบัดด้วยการดึง (Traction Therapy)

การบำบัดด้วยการดึง (Traction Therapy)

การบำบัดด้วยการดึง (Traction Therapy) คือการใช้แรงดึงที่ควบคุมได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ เพื่อ “ยืด” กระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical) หรือส่วนเอว (Lumbar) ให้แยกออกจากกันเล็กน้อยชั่วคราว

 

นึกภาพกระดูกสันหลังเหมือน ขนมปังแฮมเบอร์เกอร์หลายชั้น มีหมอนรองกระดูกเป็นไส้ เมื่อไส้ปลิ้นมากดเส้นประสาทก็ปวดร้าว การดึงหลัง/คอคือการ “ค่อยๆ แยกขนมปังบน-ล่างออกจากกัน” ช่วยให้:

  1. สร้างพื้นที่ ให้หมอนรองกระดูกและเส้นประสาท
  2. ลดแรงกด ต่อรากประสาท ลดอาการปวดร้าวลงแขน/ขา
  3. คลายกล้ามเนื้อ รอบกระดูกสันหลัง

ให้ความรู้สึก “ยืดสบาย” และบรรเทาอาการจากการกดทับเส้นประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

1) หลักการทำงานและกลไก (Principles and Mechanism)

สำหรับแพทย์และพยาบาล

  • Modality: Traction ทั้งแบบ Manual และ Mechanical (เน้น Mechanical)

 

  • Primary Mechanisms (Spinal Decompression):
    1. Vertebral Separation: เพิ่มระยะห่างระหว่างปล้อง →
      • ขยาย Intervertebral foramen ลด nerve root impingement
      • คลาย facet joints ลด impingement และเพิ่ม ROM
    2. ลดแรงดันในหมอนรองกระดูก: เกิด negative pressure ภายในดิสก์ ช่วยให้ส่วนที่โป่ง retract กลับบางส่วน
    3. Soft-tissue Stretching: ยืดกล้ามเนื้อ paraspinal, ligaments, joint capsules → ลดตึง เพิ่มยืดหยุ่น
    4. ลดปวดตาม Gate Control: กระตุ้น mechanoreceptors ช่วยยับยั้งสัญญาณปวด

 

สำหรับผู้ป่วย

  • เปิดที่ว่างให้เส้นประสาท: กระดูกแต่ละข้อแยกนิดเดียวก็ช่วยให้เส้นประสาทไม่ถูกหนีบ
  • ลดแรงดันในดิสก์: ส่วนที่ปลิ้นมีโอกาสหดกลับ
  • คลายกล้ามเนื้อ & เลือดไหลเวียนดีขึ้น: รู้สึกผ่อนคลาย เคลื่อนไหวง่ายขึ้น

 

2) ข้อบ่งชี้และข้อห้ามใช้ (Indications and Contraindications)

สำหรับแพทย์และพยาบาล

ข้อบ่งชี้ (Indications)

  • Radiculopathy / Nerve root impingement: จาก HNP, DDD, บางกรณีของ spinal stenosis
  • Facet joint impingement / Hypomobility
  • Generalized spinal hypomobility
  • Muscle spasm (ใช้แรงดึงเบาๆ)

 

ข้อห้ามใช้ (Contraindications) – สำคัญมาก

  • Absolute:
    • Spinal instability (fracture, dislocation, post-op ยังไม่มั่นคง)
    • Severe osteoporosis
    • Spinal infection (osteomyelitis, discitis)
    • Spinal tumor / malignancy
    • Aortic aneurysm (สำหรับ lumbar traction)
    • Pregnancy (สำหรับ lumbar traction)

 

  • Relative / Precautions:
    • Claustrophobia
    • Hiatal hernia / Severe COPD (อาจใส่สายรัดลำบาก)
    • TMJ dysfunction (สำหรับ cervical traction)
    • ความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้

 

สำหรับผู้ป่วย

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีดิสก์ปลิ้นกดเส้นประสาท, ปวดหลังร้าวลงขา (sciatica) หรือคอร้าวลงแขน, กระดูกคอ/หลังเสื่อม, ปวดตึงกล้ามเนื้อคอ-หลังเรื้อรัง

 

ใครไม่ควรทำ? (แจ้งนักบำบัดเสมอ)

  • เคยกระดูกสันหลังหัก/ข้อเคลื่อน, กระดูกพรุนรุนแรง, มะเร็งกระดูกสันหลัง, ตั้งครรภ์ (ดึงหลัง), มีปัญหา TMJ (ดึงคอ)

 

3) แนวทางการรักษาและการใช้งาน (Application Guidelines)

สำหรับแพทย์และพยาบาล

  • Screening & Preparation: คัดกรองข้อห้าม อธิบายความรู้สึก/ขั้นตอน ให้ผู้ป่วยเข้าห้องน้ำก่อน

 

  • Setup & Positioning:
    • Lumbar traction: นอนหงาย ใช้ thoracic และ pelvic harness ปรับมุมสะโพก/เข่า (flexion) เพื่อโฟกัส segment (เช่น งอสะโพกมากขึ้นเพื่อเปิด L5–S1)
    • Cervical traction: นอนหงายหรือนั่ง ใช้ head halter รองคาง-ท้ายทอย ปรับ flexion 20–30°

 

  • Parameters:
    • Force: Lumbar เริ่ม ~25% BW ค่อยเพิ่มจน ~50% BW; Cervical เริ่ม 3–5 kg เพิ่มถึง 7–10 kg (≈ไม่เกิน 7% BW)
    • Mode: Static (เหมาะ HNP) หรือ Intermittent (hold/rest เป็นจังหวะ เหมาะลดปวด/เพิ่ม mobility)
    • Hold/Rest: อัตราส่วน 3:1 หรือ 1:1 (เช่น ดึง 30s พัก 10s)
    • Duration: รวม 10–20 นาที

 

  • Safety: ให้ผู้ป่วยถือ ปุ่มหยุดฉุกเฉิน ตลอดการรักษา

 

สำหรับผู้ป่วย

ขั้นตอนโดยสรุป

  • ดึงหลัง: นอนบนเตียงพิเศษ รัดสายรัดหน้าอกใต้ซี่โครงและสะโพก รองหมอนใต้เข่าให้สบาย
  • ดึงคอ: นอนหงายหรือเก้าอี้เฉพาะ ศีรษะวางในอุปกรณ์รองรับคาง-ท้ายทอย
  • เครื่องจะค่อยๆ ออกแรงดึงอย่างนุ่มนวล ความรู้สึกควรเป็น “ยืดสบาย” ไม่เจ็บแปลบ ไม่ชาร้าวลงแขน/ขา ถ้ามีให้บอกทันที
  • คุณจะได้ ปุ่มฉุกเฉิน กดหยุดได้ทุกเมื่อ
  • ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที

 

ข้อควรจำ: การดึงกระดูกสันหลังต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ การตั้งค่า “แรงดึง-มุมดึง-เวลา” ที่เหมาะสมคือหัวใจของ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ในการรักษา

 

ข้อความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดได้

 

 

อัปเกรดโรงพยาบาลของคุณด้วยนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ล่าสุด
เพิ่มคุณภาพการรักษา ยกระดับความปลอดภัย และสร้างอนาคตสุขภาพที่ยั่งยืน