ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย คาดปี 2568 โต 2.8% แตะ 76,500 ล้านบาท
ปี 2568 ตลาดศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยยังคงเติบโต แม้การแข่งขันเข้มข้น โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 76,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตมาจากจำนวนผู้ใช้บริการที่มากขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นของค่ารักษาและบริการ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเติบโตของ Medical Tourism
แนวโน้มการเติบโตและผลตอบแทน
การขยายตัวของตลาด
- ปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดแตะ 76,500 ล้านบาท โต 2.8% ใกล้เคียงปีก่อนหน้า
- แรงหนุนหลักมาจากความต้องการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น และอัตราค่าบริการที่ปรับสูงขึ้น
ผลตอบแทนทางธุรกิจ
- กำไรสุทธิต่อรายได้รวม (Net Profit Margin: NPM) หลังโควิด-19 อยู่ที่เฉลี่ย 2.3% ลดลงจากก่อนโควิดที่ 2.7%
- สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรง แม้ตลาดยังเติบโต แต่ผู้เล่นจำนวนมากทำให้ margin บีบตัวลง
โครงสร้างตลาด
ส่วนแบ่งของคลินิกและโรงพยาบาล
- ปัจจุบันกว่า 85% ของมูลค่าตลาดมาจากคลินิก แต่คาดลดลงเหลือ 85% ในปี 2568 จากเดิม 90% ในปี 2564
- โรงพยาบาลจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 15% จากการรองรับลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นและความได้เปรียบด้านมาตรฐานการรักษา
ประเภทการทำศัลยกรรม
- ศัลยกรรมแบบผ่าตัด: 79% ของตลาด เพิ่มขึ้นจาก 75% ในปี 2562
- ศัลยกรรมไม่ผ่าตัด: 21% เช่น โบทูลินัมท็อกซิน, ไฮยาลูรอน, ยกกระชับใบหน้าและลำคอ
เทรนด์ศัลยกรรมที่ได้รับความนิยม
บริเวณที่ทำมากที่สุด
- ใบหน้า: มากกว่า 47% ของบริการทั้งหมด
- ศัลยกรรมยอดนิยม: ตา, จมูก, หน้าอก
- หัตถการไม่ผ่าตัด: โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์, ยกกระชับ
กลุ่มลูกค้าใหม่
- LGBTQIA+
- Gen Z
- ผู้ชาย
ปัจจัยหนุนธุรกิจ
สังคมผู้สูงอายุ
- ปี 2571 ไทยจะมีผู้สูงอายุราว 14 ล้านคน
- 22% ของผู้สูงอายุมีรายได้สูงและอยู่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
- ความต้องการสูงต่อศัลยกรรมชะลอวัย เช่น ดึงหน้า, ดูดไขมัน, ลดริ้วรอย
Medical Tourism
- ลูกค้าต่างชาติคาดโตเฉลี่ยปีละ 5%
- ศัลยกรรมความงามเป็นบริการทางการแพทย์ยอดนิยมอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ลูกค้าหลัก: จีน, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น และกลุ่มอาเซียน CLMV+I
ความเสี่ยงและความท้าทาย
บุคลากรทางการแพทย์
- ไทยมีศัลยแพทย์ตกแต่งเพียง 500 ราย เทียบกับเกาหลีใต้ที่มี 2,739 ราย
- ศัลยแพทย์ใบหน้าในไทยมีเพียง 100 คน ทำให้เกิดการแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่ม
การแข่งขันในตลาด
- คู่แข่งในประเทศกว่า 2,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นคลินิกขนาดเล็ก
- คลินิกต่างชาติเปิดสาขาในไทย และการเดินทางไปศัลยกรรมต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ยังคงนิยม
การลงทุนด้านเทคโนโลยี
- ธุรกิจต้องลงทุนต่อเนื่องในเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่เพื่อตามเทรนด์ความงาม
- หากจำนวนลูกค้าไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลต่อการบริหารต้นทุนและกำไร
- ธุรกิจที่จับกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางลงมา จะถูกกดดันจากการเปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่า
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!
อัปเดตเทรนด์ และ Protocols
นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!






