<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หลุมสิว ( Acne Scars ) เกิดจากอะไร? วิธีการรักษา Archives - VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</title>
	<atom:link href="https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A7-acne-scars-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%A7%E0%B8%B4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/หลุมสิว-acne-scars-เกิดจากอะไร-วิ/</link>
	<description>Smart Tech Better Life</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2025 07:04:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>หลุมสิว ( Acne Scars ) เกิดจากอะไร? วิธีการรักษา</title>
		<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/acne-scars/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Feb 2025 07:42:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Aesthetic Medical Technology]]></category>
		<category><![CDATA[หลุมสิว ( Acne Scars ) เกิดจากอะไร? วิธีการรักษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://wellness.vayo.co.th/blog/?p=15664</guid>

					<description><![CDATA[<p>รอยแผลเป็นจากสิวคืออะไร? เป็นรอยแผลที่เกิดจากสิวอักเสบที่เกิดจากปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P. acnes (Propionibacterium Acnes/Cutibacterium Acnes) มีมากเกินไปและกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานจนเกิดการอักเสบบริเวณรูขุมขนเพื่อกำจัดเชื้อดังกล่าว เมื่อเกิดสิวอักเสบแล้วเชื้อแบคทีเรีย P. acnes</p>
<p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/acne-scars/">หลุมสิว ( Acne Scars ) เกิดจากอะไร? วิธีการรักษา</a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>รอยแผลเป็นจากสิวคืออะไร?</h3>
<p>เป็นรอยแผลที่เกิดจากสิวอักเสบที่เกิดจากปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P. acnes (Propionibacterium Acnes/Cutibacterium Acnes) มีมากเกินไปและกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานจนเกิดการอักเสบบริเวณรูขุมขนเพื่อกำจัดเชื้อดังกล่าว เมื่อเกิดสิวอักเสบแล้วเชื้อแบคทีเรีย P. acnes จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบ แถมยังกระตุ้นให้เกิดรอยดำหรือรอยแดงในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดเป็นรอยแผลที่ไม่สามารถหายได้เองภายในระยะเวลาสั้นๆ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>รอยแผลเป็นจากสิว มีกี่แบบ อะไรบ้าง?</h4>
<p>รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ รอยดำ (Post Inflammatory Hyperpigmentation) รอยแดง (Post Inflammatory Erythema) รอยหลุมสิว (Atrophic Scars) และรอยแผลเป็นนูน (Hypertrophic/Keloid Scars) โดยรอยแผลเป็นแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. รอยดำ (Post Inflammatory Hyperpigmentation)</strong><br />
เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหัวหนองและสิวอุดตันที่เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและกระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ผลิตเมลานินออกมามากเกินไปจนเห็นเป็นรอยดำชัดเจนกว่าบริเวณอื่น ซึ่งรอยดำจากสิวจะใช้ระยะเวลาในการรักษามากกว่ารอยแดงจากสิว นอกจากนี้ยังเกิดจากการรักษาสิวด้วยเครื่อง Pico Laser หรือการบำบัดด้วยแสงบางชนิดก็ได้เช่นกันครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. รอยแดง (Post Inflammatory Erythema)</strong><br />
เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมัน (Sebum) ออกมามากเกินไปจนไปอุดตันอยู่ในรูขุมขน เมื่อน้ำมันมารวมกับเซลล์ผิวที่ตายและเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะกลายมาเป็นสิวอักเสบ ส่งผลให้ร่างกายลำเลียงเลือดไปยังสิวอักเสบเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวจนกลายเป็นรอยแดง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. รอยหลุมสิว (Atrophic Scars)</strong><br />
เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากกระบวนการสมานแผลของร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ได้เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนบริเวณชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้เนื้อเยื่อและคอลลาเจนบริเวณดังกล่าวมีปริมาณไม่เพียงพอและเกิดเป็นพังผืดที่มีลักษณะคล้ายหลุม โดยสิวที่ก่อให้เกิดหลุมสิวมีทั้งสิวอักเสบตุ่มแดง (Papule acne) สิวหัวหนอง (Pustule acne) สิวหัวช้าง (Cystic acne) และสิวเป็นไต (Nodule acne) รอยหลุมสิวแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามระดับความลึกของหลุมจากน้อยสุดไปมากสุด ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Rolling Scars :</strong> เป็นหลุมสิวที่มีรอยแผลกว้างคล้ายคลื่น มีปากหลุมกว้างประมาณ 4-5 มิลลิเมตร จัดเป็นหลุมสิวที่รักษาง่ายที่สุดเนื่องจากมีระดับความลึกที่ตื้นกว่าหลุมสิวแบบอื่น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>Boxcar Scars :</strong> เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมออกทรงกลมรี มีขอบกว้างและชัดเจน มีขนาดใหญ่ประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ฐานหลุมค่อนข้างแข็งและตึงเนื่องจากเริ่มมีพังผืดเกิดขึ้นในหลุมสิวแล้วแต่ยังมีความลึกไม่ถึงชั้นรูขุมขน มักพบบริเวณแก้มและขมับ จัดเป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง ต่อให้รักษาหายแล้วก็มีโอกาสเกิดจุดด่างดำอยู่บ้างในคนไข้บางราย</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>Ice-pick Scars :</strong> เป็นหลุมสิวที่มีปากแผลแคบแต่มีหลุมลึกไปจนถึงชั้นรูขุมขนเนื่องจากสิวกินเนื้อและทำลายคอลลาเจนเข้าไปถึงชั้นผิวหนังแท้ หรืออาจเกิดจากการกด/บีบสิวอุดตันจนทำให้เนื้อเยื่อบริเวณสิวได้รับความเสียหายมากเกินไป หลุมสิวชนิดนี้จัดเป็นหลุมสิวที่รักษายากที่สุดและใช้เวลานานพอสมควร</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. รอยแผลเป็นนูน ( Hypertrophic / Keloid Scars )</strong><br />
เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากผิวหนังถูกกระตุ้นให้ผลิตเนื้อเยื่อบริเวณสิวอักเสบในปริมาณที่มากเกินไปจนเนื้อเยื่อนูนออกมามากกว่าบริเวณโดยรอบ รอยแผลเป็นอาจมีสีแดงหรือสีชมพูก็ได้ บางรายอาจมีอาการคันหรือปวดแผลร่วมด้วย นอกจากนี้รอยแผลเป็นนูนอาจเกิดจากอาการบาดเจ็บจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ แผลจากไฟไหม้ หรือแผลจากการผ่าตัดได้อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>รอยแผลเป็นจากสิว หายได้ไหม?</strong><br />
หลายคนมักเข้าใจผิดว่ารอยแผลเป็นจากสิวสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้วรอยแผลเป็นเหล่านี้ไม่สามารถหายได้เองหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>รอยแผลเป็นจากสิว กี่วันหาย</strong><br />
แม้ว่ารอยแผลจากสิวส่วนใหญ่จะไม่หายไปได้เอง แต่หากเป็นรอยแผลเป็นที่มีความรุนแรงไม่มากนักบางส่วนก็อาจหายเองได้ เพียงแต่อาจใช้เวลานานประมาณ 2-4 เดือน หรือบางรายอาจเป็นหลักปีเลยทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1200" height="628" src="https://wellness.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2025/02/ประเภทหลุมสิว.jpg" class="vc_single_image-img attachment-full" alt="ประเภทหลุมสิว" title="ประเภทหลุมสิว" srcset="https://wellness.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2025/02/ประเภทหลุมสิว.jpg 1200w, https://wellness.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2025/02/ประเภทหลุมสิว-300x157.jpg 300w, https://wellness.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2025/02/ประเภทหลุมสิว-1024x536.jpg 1024w, https://wellness.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2025/02/ประเภทหลุมสิว-768x402.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px"  data-dt-location="https://wellness.vayo.co.th/blog/acne-scars/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>รอยแผลจากสิว รักษาอย่างไร?</strong></h3>
<p><strong>1. วิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวแบบธรรมชาติ</strong><br />
แม้ว่ารอยแผลจากสิวบางประเภทจะรักษาได้ด้วยการมาสก์หน้าด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ แต่วิธีนี้อาจต้องอาศัยการรักษาเป็นประจำประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และต้องทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4-6 เดือน ที่สำคัญต้องอาศัยใจสู้ด้วยเพราะวิธีนี้จะไม่เห็นผลในทันที อาจใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเริ่มเห็นผลและเห็นผลทีละน้อยด้วย จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาแผลแบบเร่งด่วน</p>
<ul>
<li>น้ำมะนาวสด บีบน้ำมะนาว 1-2 หยดลงบนคัตเติ้ลบัตแล้วแต้มลงบนบริเวณที่เป็นรอยสิว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วค่อยล้างออก ทั้งนี้อาจใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาแทนก็ได้หากรู้สึกแสบร้อนจากการทาน้ำมะนาวเพียงอย่างเดียว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ว่านหางจระเข้ ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ให้เหลือแค่วุ้นและนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปพอกให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15-20 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>มะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด นำน้ำมะขามเปียกมาผสมน้ำผึ้งกับนมสดในอัตราส่วน 1:1:1 จากนั้นคนให้เข้ากันและพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 ก่อนล้างออก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>มะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต+โยเกิร์ต นำมะเขือเทศมาผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะและโยเกิร์ตอีก 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนให้เข้ากันและพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 ก่อนล้างออก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. ทาครีมรักษารอยสิว</strong><br />
โดยครีมที่ใช้จะต้องมีส่วนประกอบของสารบำรุงผิวหน้า ได้แก่ เรตินอล วิตามินซี กรดซาลิไซลิก กรด AHA กรดแลคติก และกรดอะซีลาอิก และไม่ควรมีส่วนผสมต้องห้ามอย่างสารปรอท กรดวิตามินเอ และสารสเตียรอยด์ที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิวหน้าได้ในระยะยาว อีกทั้งไม่เหมาะกับผู้ใช้บางกลุ่มอย่างสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหน้าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ในครีมรักษารอยสิวมีคุณสมบัติแตกต่างกันดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li><strong>เรตินอล (Retinol)</strong> ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดรอยแผลเป็นและริ้วรอยต่างๆ ต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอริ้วรอยแห่งวัย ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาสว่างใส เรียบเนียน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>วิตามินซี (Vitamin C)</strong> ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดรอยแผลเป็นต่างๆ จากสิว เสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจน ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)</strong> หรือ BHA (Beta Hydroxy Acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายและกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวหน้า ลดการอุดตันของรูขุมขน ลดรอยแดงจากสิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>กรดผลไม้ AHA (Alpha Hydroxy Acids) </strong>ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับสีผิวให้เรียบเนียนทั่วใบหน้า เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดอาการอักเสบของผิว ช่วยกระชับรูขุมขน ลดเลือนรอยสิวให้จางลง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) </strong>ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบนผิวหน้า ยับยั้งการผลัดเซลล์ของหนังกำพร้าที่มากเกินไป จุดด่างดำแลดูจางลง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน</strong><br />
แม้ว่าแสงแดดจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่างฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเพื่อขับเหงื่อและน้ำมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่แสงแดดก็อาจทำให้ผิวแห้งเสียและกระตุ้นการผลิตน้ำมันที่มากเกินไปจนไปอุดตันรูขุมขนและเกิดสิวตามมา ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดที่มีเนื้อครีมฟลูอิด (Fluid) หรือแบบเจล (Gel) ซึ่งเป็นเนื้อครีมแบบบางเบา เลือกครีมที่ไม่มีส่วนผสมที่อาจปิดกั้นรูขุมขนจนกลายสิวอุดตัน และที่สำคัญอย่าลืมเลือกครีมที่มีส่วนผสมของ L-Carnitine ที่ช่วยคุมความมันได้นานถึง 8 ชั่วโมงด้วยนะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. เลเซอร์รอยสิว</strong><br />
เป็นการยิงพลังงานเข้มข้นสูงเข้าไปในชั้นผิวตามความยาวคลื่นที่เหมาะสมไปยังบริเวณที่เกิดรอยแผลเป็นจากสิวเพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่มีรอยสิวและกระตุ้นการสร้างคอลลเจน อีกทั้งช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น ในปัจจุบันเลเซอร์รอยสิวมีทั้งแบบ</p>
<ul>
<li>เลเซอร์ผลัดเซลล์ผิว (Ablative Laser resurfacing)</li>
<li>เลเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวลอก (Non-Ablative Laser Resurfacing)</li>
<li>เลเซอร์ที่ทำให้ผิวลอกเฉพาะส่วน (Fractionated Laser Resurfacing)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เลเซอร์รอยสิวจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยแผลเป็นและรอยหมองคล้ำได้ แต่วิธีนี้อาจรักษาได้เพียงรอยสิวที่มีความลึกไม่มากนักและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ง่ายด้วย</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;">สารบัญความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการแพทย์ความงาม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/aesthetic-medical-technology/">สารบัญความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ทางด้านความงาม</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h4 style="text-align: center;">อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!</h4>
<h4 style="text-align: center;">อัปเดตเทรนด์ และ Protocols</h4>
<h4 style="text-align: center;">นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!</h4>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_btn3-container vc_btn3-center" ><a class="vc_general vc_btn3 vc_btn3-size-lg vc_btn3-shape-rounded vc_btn3-style-modern vc_btn3-color-warning" href="https://wellness.vayo.co.th/contact/" title="ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!" target="_blank" rel="nofollow">ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!</a></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/acne-scars/">หลุมสิว ( Acne Scars ) เกิดจากอะไร? วิธีการรักษา</a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
