<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สาเหตุการเกิด สิว ( Acne ) Archives - VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</title>
	<atom:link href="https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A7-acne/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/สาเหตุการเกิด-สิว-acne/</link>
	<description>Smart Tech Better Life</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2025 07:04:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>สิว ( Acne ) สาเหตุการเกิด วิธีรักษา และการป้องกัน</title>
		<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/acne/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Feb 2025 07:34:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Aesthetic Medical Technology]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุการเกิด สิว ( Acne )]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://wellness.vayo.co.th/blog/?p=15659</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิว (Acne) สิว (Acne) คือ สภาพผิวที่เกิดจากการอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในต่อมไขมันใต้ระดับรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณปากรูขุมขนบนผิวหนัง สิวอักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมภายในผิวหนังเหนือชั้นไขมัน</p>
<p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/acne/">สิว ( Acne ) สาเหตุการเกิด วิธีรักษา และการป้องกัน</a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>สิว (Acne)</h3>
<p>สิว (Acne) คือ สภาพผิวที่เกิดจากการอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในต่อมไขมันใต้ระดับรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณปากรูขุมขนบนผิวหนัง สิวอักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมภายในผิวหนังเหนือชั้นไขมัน (Subcutis) และขยายตัวออกชั้นผิวหนังด้านนอกร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียเกิดเป็นสิวหัวเหลือง สิวหนอง สิวหัวขาว สิวหัวดำ หรือสิวชนิดอื่น ๆ ที่กดแล้วเจ็บ หรือกดแล้วไม่เจ็บตามการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย สิวอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในผิวหนังชั้นลึกอาจทำให้เกิดเป็นก้อน เป็นไตแข็งที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สิว มีสาเหตุเกิดจากอะไร?</strong></h4>
<p>สิวมีสาเหตุเกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขนที่เกิดจากการผลัดเซลล์ผิว น้ำมัน หรือส่วนของไขมันที่ถูกขับออกจากต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังผ่านท่อขนาดเล็กลงสู่รูขุมขนจนเกิดการอุดตันและสะสมทำให้เกิดสิว สาเหตุของการเกิดสิว ได้แก่</p>
<ul>
<li>น้ำมัน หรือส่วนของไขมัน (Sebum) ที่เกิดจากการสังเคราะห์ของต่อมไขมันใต้ผิวหนังชั้นบน ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวหนังชั้นล่าง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>เซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Dead skin cells) โดยปกติ ผิวหนังจะผลัดผิวเซลล์ที่ตายแล้ว เพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ การผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนทำให้เกิดการสะสมจนเกิดการอุดตัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว รอยแดง และอาการเจ็บสิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>แบคทีเรีย (Bacteria) แบคทีเรียตามธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในรูขุมขนและบนผิวหนังเป็นจำนวนมากจนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสะสมอุดตันและเกิดสิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>การอักเสบ และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Inflammation and immune response) เป็นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อเชื้อแบคที่เรีย หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อเกิดเป็นสิวบวมแดง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว</strong></h4>
<p>สิวมีสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยอาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปัจจัยภายในร่างกาย</strong></p>
<ul>
<li>การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น หรือวัยเจริญพันธุ์ทำให้เกิดการกระตุ้นต่อมไขมันให้ขับน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เกิดการสะสมจนอุดตันร่วมกับเซลล์ผิวเสียและแบคทีเรียทำให้เกิดสิวอักเสบ</li>
<li>การตั้งครรภ์ หรือช่วงก่อนการมีประจำเดือน วัยรุ่นช่วงอายุ 11-14 ปี จะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนและเกิดสิว</li>
<li>กรรมพันธุ์ (Genetics) เช่น พ่อ หรือแม่ที่มีประวัติเป็นสิวอักเสบ หรือสิวเรื้อรัง ลูกก็มีโอกาสที่จะเป็นสิวชนิดเดียวกัน</li>
<li>โรคบางชนิด เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic ovary syndrome)<br />
ความเครียด (Stress) ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งทำให้เกิดสิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปัจจัยภายนอกร่างกาย</strong></p>
<ul>
<li>อาหารบางชนิด เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ช็อกโกแลต หรืออาหารจำพวกแป้ง ทั้งนี้อาหารที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน</li>
<li>ยาบางชนิด เช่น ยาที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เทสโทสเตอโรน (Testosterone) หรือลิเธียม (Lithium)</li>
<li>เครื่องสำอางบางชนิด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น แป้งทาหน้า หรือครีมบางชนิดที่ทำให้เกิดการระคายเคือง แพ้ หรือการเกิดการอุดตันในรูขุมขน</li>
<li>สิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ควัน มลภาวะเป็นพิษทางอากาศ PM2.5 ความไม่สะอาด</li>
<li>สภาพอากาศ อุณหภูมิ เช่น อากาศร้อน และความชื้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บริเวณที่พบสิวขึ้นได้บ่อยในร่างกาย มีส่วนไหนบ้าง?</strong></p>
<ul>
<li>ใบหน้า จมูก แก้ม คาง หน้าผาก</li>
<li>หน้าอก</li>
<li>ไหล่</li>
<li>หลังส่วนบน</li>
<li>บริเวณต่อมไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย</li>
<li>สิว มีกี่ชนิด?</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4>สิวมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิวไม่อักเสบ</strong></p>
<ul>
<li>สิวอุดตัน (Comedones) คือ สิวที่เกิดจากการสะสมอุดตันของไขมันส่วนเกิน เซลล์ผิวเสีย หรือสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวอุดตันทั้งแบบสิวหัวเปิด สิวหัวปิด หรือสิวอุดตันใต้ชั้นผิวหนัง สิวอุดตันแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>สิวหัวขาว (Whiteheads) คือ สิวอุดตันชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีขาวหัวปิด โดยมีสาเหตุการเกิดทั้งจากปัจจัยภายใน เช่น ระดับฮอร์โมน การอุดตันของน้ำมันหรือเซลล์ผิวเสีย หรือกรรมพันธุ์ หรือปัจจัยภายนอก เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง หรือฝุ่นละออง มลภาวะในอากาศ ทำให้เกิดจากการอุดตันของน้ำมัน และเซลล์ผิวเสียในรูขุมขนที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวใต้ผิวหนังที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อ และสิวอักเสบ</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>สิวหัวดำ (Blackheads) เกิดจากไขมันส่วนเกิน เส้นขน หรือเซลล์ผิวเสียที่ทับถมอุดตันในรูขุมขน และทำปฏิกิริยากับเมลานินหรือเม็ดสีในผิวหนังร่วมกับออกซิเจนจนทำให้เป็นสิวหัวดำที่มีลักษณะเป็นสิวหัวเปิด หรือสิวเสี้ยน โดยทั่วไป สิวหัวดำเป็นสิวชนิดที่พบได้บ่อยและไม่ร้ายแรง</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวเสี้ยน (Pimples) คือ สิวที่พบได้ทั่วไปบนใบหน้า มีลักษณะเป็นสิวเล็ก ๆ คล้ายหนามที่เกิดจากความผิดปกติของรูขุมขนที่มีกระจุกขนเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นขึ้นแทรกอยู่บนหัวสิวภายในรูขุมขนเดียวกัน เมื่อขนอ่อนที่อุดตันร่วมกับไขมัน และเซลล์ผิวเสียส่งผลให้เกิดสิวเสี้ยนตามมา</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวผด (Acne aestivalis) เป็นสิวหัวเปิดที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVA ความร้อนจากแสงแดด หรืออากาศร้อน ทำให้เกิดเป็นสิวผดที่มีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ คล้ายสิวอุดตัน หรือตุ่มแดงคล้ายสิวอักเสบ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิวอักเสบ</strong></p>
<ul>
<li>สิวอักเสบ (Papules) คือ สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงเข้มถึงสีม่วง หรือมีสีเข้มกว่าสีผิวตามธรรมชาติ เป็นสิวที่กดแล้วเจ็บ โดยมักเกิดจากสิวหัวขาวที่ถูกกระตุ้นด้วยแบคทีเรียจนทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวหัวหนอง (Pustules) หรือสิวหัวเหลือง คือ สิวอักเสบชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่ที่ฐาน ด้านบนเป็นหนองสีเหลือง บวมนูน เป็นหนองที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายจากการต่อสู้กับเชื้อแบคที่เรียที่ทำให้เกิดการอักเสบและเป็นสิว ทั้งสิวหัวหนองขนาดเล็ก และสิวหัวหนองขนาดใหญ่</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodules) หรือสิวไต คือ สิวอักเสบที่อยู่ชั้นผิวหนังด้านล่างคล้ายสิวหัวช้าง แต่เล็กกว่า มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดง เมื่อจับจะเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง ไม่มีหัว มักพบที่บริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก สิวไตเป็นสิวที่ต้องใช้เวลาในการรักษา และอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวเชื้อรา หรือสิวยีสต์ (Malassezia folliculitis) เกิดจากการอักเสบของต่อมรูขุมขนที่มีสาเหตุเกิดจากเชื้อราประเภทยีสต์ (Malassezia species) เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและมีอาการคัน โดยมีปัจจัยจากสภาพอากาศที่ร้อน อับชื้น หรือเมื่อมีภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวหัวช้าง (Acne conglobata) เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่มีหัวสิวขนาดใหญ่ เป็นตุ่ม หรือก้อนไตสีแดงที่เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังบนใบหน้าที่ผลิตไขมันออกมามากกว่าปกติจนไปอุดตันรูขุมขนและเกิดเป็นสิวอักเสบ บวม นูน ที่มีอาการเจ็บรุนแรงแม้ไม่ได้กด อาการเจ็บอาจร้าวไปที่ผิวหนังรอบ ๆ โดยไม่ทุเลาลงในเร็ววัน ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษา</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>สิวซีสต์ (Acne cysts) เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่ ภายในเป็นโพรงมีหนองปนเลือดที่เกิดจากการอักเสบรุนแรงใต้ชั้นผิวหนัง สิวซีสต์เป็นสิวที่มีระดับความเจ็บปวดมากที่สุด เป็นสิวที่มีหัวสิวหลายหัวกระจุกตัวรวมกันเป็นไตแข็ง และสามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เป็นสิวเรื้อรัง เป็นแผลเป็น หรือเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดสิว</strong></h4>
<ul>
<li>อาหารที่ทานเมื่อเร็ว ๆ นี้ หรือการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง</li>
<li>การมีประวัติบุคคลในครอบครัวเดียวกันเป็นสิว</li>
<li>ความเครียด</li>
<li>การมีรอบเดือน</li>
<li>การตั้งครรภ์</li>
<li>การอดนอน</li>
<li>เครื่องสำอาง สบู่ล้างหน้า</li>
<li>การทานยาบางชนิด หรือการหยุดยาบางชนิด</li>
<li>ประวัติการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้แพทย์อาจขอให้มีการนำเนื้อเยื่อผิวไปตรวจเพิ่มเติมที่ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติอื่น ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>วิธีการรักษาสิว</strong></h4>
<p>เป้าหมายในการรักษาสิวของแพทย์ผิวหนัง คือการช่วยให้สิวยุบตัวลงโดยเร็ว หยุดการเกิดสิวใหม่ และป้องกันการเกิดแผลเป็น โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยารักษาสิวทั้งชนิดรับประทาน หรือชนิดที่ทาภายนอก โดยคำนึงถึง อายุ ชนิดของสิว และระดับความรุนแรง และช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้า การเกาะตัวกันของเซลล์ในรูขุมขนที่ผิดปกติ รวมถึงช่วยลดระดับไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ลดแบคทีเรีย และลดการอักเสบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ยาทาเฉพาะที่ หรือยารักษาสิวชนิดใช้ภายนอก (Topical medications)</strong></p>
<ul>
<li>ยาปฏิชีวนะชนิดทา (Topical antibiotics) โดยใช้ร่วมกับยาทาเฉพาะที่ชนิดอื่น เช่น ยาเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) เพื่อยับยั้งแบคทีเรีย และลดการผลิตน้ำมัน</li>
<li>ยาทาเรตินอยด์ (Retinoids) ที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามิน A เพื่อรักษาสิวและรอยโรคที่อาจทำให้เกิดสิวซ้ำ และช่วยลดเลือนริ้วรอยจากแผลเป็น</li>
<li>กรดอะเซลาอิก (Azelaic acid) และกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาว และยังช่วยลดการผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขน</li>
<li>ซัลเฟอร์ (Sulfur) หรือกำมะถัน มีประสิทธิภาพช่วยสลายสิวหัวดำ และสิวหัวขาว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ยารักษาสิวชนิดรับประทาน (Oral medications)</strong></p>
<ul>
<li>ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ช่วยชะลอ หรือหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ โดยแพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานร่วมกับชนิดที่ใช้ทาภายนอกสำหรับสิวที่มีระดับความรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก เช่น สิวอักเสบชนิดรุนแรง หรือสิวเรื้อรัง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral contraceptives) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ฮอร์โมนต้านฤทธิ์แอนโดรเจน (Anti-androgen agents) เป็นยาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนสำหรับผู้หญิง มีคุณสมบัติช่วยลดผลกระทบของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>เรตินอยด์ (Retinoids) หรือยากลุ่มอนุพันธุ์วิตามิน A ช่วยรักษาสิวโดยการช่วยเปิดรูขุมขนเพื่อให้ยาชนิดอื่น ๆ เช่น ยาปฏิชีวนะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ และช่วยลดเลือนแผลเป็นจากสิว<br />
ทั้งนี้ แพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้พิจารณาทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุดของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงผลการตรวจวินิจฉัยสภาพผิวโดยละเอียด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การรักษาสิวด้วยการบำบัด (Acne therapies)</strong><br />
ในผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาทาเฉพาะที่และ/หรือยารักษาสิวชนิดรับประทาน แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการอื่น ๆ ในการรักษา เช่น</p>
<ul>
<li>การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) เป็นการฉายแสง LED, แสง Laser ความเข้มสูงช่วยกระตุ้นกลไกการฟื้นฟูของเซลล์ผิว และช่วยลดเลือนริ้วรอย</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical peeling) เป็นการบำบัดด้วยสารเคมีเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>การกดสิว (Comedone extraction) แพทย์อาจพิจารณาการรักษาสิวโดยการกดสิวทั้งสิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวซีสต์ที่รักษาไม่หายด้วยการยาทาเฉพาะที่เพื่อช่วยด้านภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของผู้รับการรักษา อย่างไรก็ตามการกดสิวอาจทำให้เกิดแผลเป็น และอาจต้องมีการบำบัดสภาพผิวเพิ่มเติม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ยาฉีดสเตียรอยด์ (Steroid injection) แพทย์อาจพิจารณาให้ยาฉีดสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดการอักเสบของสิวอักเสบชนิดรุนแรง โดยฉีดตรงไปที่ผิวหนังบริเวณสิวอักเสบเพื่อช่วยให้สิวยุบตัวเร็วและลดความเจ็บปวด โดยอาจมีผลข้างเคียงคือทำให้ผิวบาง และสีผิวบริเวณที่ฉีดเข้มขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การป้องกันการเกิดสิว</strong></h4>
<ul>
<li>ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิว และทาครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยน</li>
<li>อาบน้ำ ล้างหน้า สระผมเป็นประจำเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง หรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหน้า เช่น สครับขัดผิว มาสก์หน้าที่มีส่วนผสมของน้ำหอม</li>
<li>เลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากส่วนผสมของน้ำมันและควรมีส่วนผสมของครีมกันแดด หรือเลือกใช้เวชสำอาง</li>
<li>โกนหนวดอย่างระมัดระวัง เลือกครีมโกนหนวดสูตรอ่อนโยนต่อผิว</li>
<li>หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือไขมันสูง</li>
<li>หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน</li>
<li>ไม่ใช้มือที่ไม่ได้ทำความสะอาดสัมผัสโดยตรงที่ใบหน้า</li>
<li>ออกกำลังกาย และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ</li>
<li>ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และไม่เครียด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิว ปัญหาผิวกวนใจ เร่งรักษาไว ช่วยลดรอยแผลเป็น</strong><br />
สิว เป็นความผิดปกติของสภาพผิวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนทั้งหญิงและชายจากหลากหลายปัจจัย โดยพบได้ตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ สิวทำให้สูญเสียบุคลิกภาพและความมั่นใจในการเข้าสังคม อย่างไรก็ตาม สิวสามารถหายได้เองด้วยการหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ที่เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง เช่น สิวหัวช้าง สิวเชื้อรา สิวซีสต์ สิวเรื้อรังรักษาไม่หาย หรือสิวที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาทาเฉพาะที่ ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังที่มีความชำนาญในการวิเคราะห์สภาพผิวและการหาสาเหตุของสิวเพื่อให้การรักษาได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้สิวบางชนิดอาจทิ้งรอยแผลเป็น รอยแผลนูน หรือแผลคีลอยด์ (Keloid scar) รบกวนจิตใจอันไม่พึงประสงค์และยากแก้การรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้ผู้รับการรักษาหายจากสิวโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งช่วยลดรอยแผลเป็น ลดการเกิดสิวซ้ำ พร้อมช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีดังเดิม</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;">สารบัญความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการแพทย์ความงาม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/aesthetic-medical-technology/">สารบัญความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ทางด้านความงาม</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h4 style="text-align: center;">อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!</h4>
<h4 style="text-align: center;">อัปเดตเทรนด์ และ Protocols</h4>
<h4 style="text-align: center;">นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!</h4>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_btn3-container vc_btn3-center" ><a class="vc_general vc_btn3 vc_btn3-size-lg vc_btn3-shape-rounded vc_btn3-style-modern vc_btn3-color-warning" href="https://wellness.vayo.co.th/contact/" title="ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!" target="_blank" rel="nofollow">ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!</a></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/acne/">สิว ( Acne ) สาเหตุการเกิด วิธีรักษา และการป้องกัน</a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
