<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การรักษาด้วยรังสียูวี (UV) Archives - VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</title>
	<atom:link href="https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%B5-uv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/tag/การรักษาด้วยรังสียูวี-uv/</link>
	<description>Smart Tech Better Life</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2025 07:04:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>
	<item>
		<title>การรักษาด้วยรังสียูวี (UV) หรือที่เรียกว่า รังสีอัลตราไวโอเลต ( Ultra Violet ) </title>
		<link>https://wellness.vayo.co.th/blog/ultra-violet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 13:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Aesthetic Medical Technology]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาด้วยรังสียูวี (UV)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://wellness.vayo.co.th/blog/?p=15584</guid>

					<description><![CDATA[<p>รังสีอัลตราไวโอเลต คืออะไร? รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV ย่อมาจาก Ultraviolet Radiation โดยมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า รังสีเหนือม่วง โดยเป็นรังสีที่มาพร้อมแสงแดดเพราะเกิดจากการแผ่ของดวงอาทิตย์ โดยเป็นรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 1015~1217 Hz</p>
<p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/ultra-violet/">การรักษาด้วยรังสียูวี (UV) หรือที่เรียกว่า รังสีอัลตราไวโอเลต ( Ultra Violet ) </a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2>รังสีอัลตราไวโอเลต คืออะไร?</h2>
<p>รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV ย่อมาจาก Ultraviolet Radiation โดยมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า รังสีเหนือม่วง โดยเป็นรังสีที่มาพร้อมแสงแดดเพราะเกิดจากการแผ่ของดวงอาทิตย์ โดยเป็นรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 1015~1217 Hz และมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 100-400 นาโนเมตร ซึ่งช่วงความยาวคลื่นไม่ถึงช่วง Visible Light ทำให้มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นรังสี UVนี้ด้วยตาเปล่าได้ โดยรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV นั้นมีจุดกำเนิดได้หลายแหล่ง ดังนี้</p>
<ul>
<li>แสงแดดจากดวงอาทิตย์โดยตรง</li>
<li>แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร หรือจอสกรีน</li>
<li>แสงจากหลอดไฟ Black light Blue (BLB) เป็นหลอดไฟที่ให้รังสี UV ออกมาเป็นสีดำ หรือแสงจากหลอดไฟชนิดต่างๆ</li>
<li>แสงจากเครื่องทำผิวแทน (Tanning Booth)</li>
<li>แสงที่ออกมาจากการเชื่อมโลหะต่างๆ บางครั้งแก้วที่หุ้มเครื่องที่ให้แสงรังสี UVชำรุดจนทำให้มีรังสีหลุดออกมา</li>
<li>แสง Short wave UV lamp ในทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรค (germicidal UV)</li>
<li>แสง UV laser ที่ใช้ในทางการแพทย์ การแกะสลัก งานอุตสาหกรรม และอื่นๆ</li>
<li>Gas discharge lamp ใช้ใน chemical analyse</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ประเภทของรังสีอัลตราไวโอเลต</h3>
<p>รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มีด้วยกันอยู่ 3 ประเภท นั่นก็คือ รังสี UVA, UVB และ UVC โดยรังสีแต่ละประเภทนั้นจะมีความยาวคลื่น และระดับการทะลุทะลวงของรังสีที่แตกต่างกัน ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>รังสี UVA</h3>
<p>รังสี UVA จะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 320-400 นาโนเมตร ซึ่งเป็นรังสี UVที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด ทำให้เราได้รับรังสี UV ชนิดนี้มากกว่าชนิดอื่นๆ และรังสี UVA สามารถทะลุลึกเข้าไปในผิวหนังได้ ส่งผลให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหนังเหี่ยวย่น และอาจส่งผลต่อการพัฒนาของมะเร็งผิวหนังได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>รังสี UVB</h3>
<p>รังสี UVB จะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 290-320 นาโนเมตร ซึ่งเป็นรังสี UV ที่มีความยาวคลื่นปานกลาง และส่วนใหญ่ถูกดูดซับไว้ที่ชั้นนอกของผิวหนัง อย่างชั้นหนังกำพร้าและผิวหนังแท้ด้านบน โดยรังสี UVB เป็นสาเหตุหลักของการเกิดผิวไหม้จากการถูกแดดเผา และอาจรุนแรงจนทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>รังสี UVC</h3>
<p>รังสี UVC จะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 220-290 นาโนเมตร ซึ่งเป็นรังสี UV ที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุดเพราะถูกดูดซับจากชั้นโอโซนที่เป็นชั้นบรรยากาศโลกไว้แล้วเกือบทั้งหมด ทำให้รังสีชนิดนี้ไม่สามารถตกลงมายังพื้นโลกได้ เราจึงยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากรังสีชนิดนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ประโยชน์ของรังสีอัลตราไวโอเลต</h3>
<p>แม้ว่าจะควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวสัมผัสกับแดดโดยตรง แต่รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน เพียงแต่ข้อดีคือต้องรับในปริมาณที่เหมาะสมจะส่งผลดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>กระตุ้นการสร้างวิตามิน D</h3>
<p>รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามิน D โดยการออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าในช่วงเวลา 06:30-08:00 น. ให้มากขึ้น ประโยชน์ของการกระตุ้นการสร้างวิตามิน D ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างกระดูก เม็ดเลือด เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหารที่กินได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สามารถรักษาโรคบางชนิดได้</h3>
<p>หากได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในปริมาณที่พอเหมาะทำให้สามารถช่วยรักษาโรคกระดูกและโรคผิวหนังบางชนิดได้ ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li>โรคกระดูกอ่อนในเด็ก ที่มักพบในเด็กอายุช่วง 6 เดือน &#8211; 3 ปี โดยสาเหตุของโรคคือการขาดวิตามิน D ฟอสเฟตและแคลเซียม ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ การออกไปรับรังสี UV ในแดดตอนเช้าเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามิน D จะช่วยเสริมสร้างกระดูก เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหารที่กินเข้าไปได้</li>
<li>โรคด่างขาว เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์เมลาโนไซต์ที่สร้างเม็ดสีผิวถูกทำลายทำให้ผิวหนังเกิดรอยด่างสีขาว การรักษาจะต้องฉายรังสี UVA ไปที่ผิวเพื่อให้ผิวที่ด่างขาวกลับมามีสีเข้มขึ้น</li>
<li>โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำงานพลาดจนกระตุ้นให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวผิดปกติ วิธีรักษาคือการฉายรังสี UVA ร่วมกับการใช้ยาซอลาเรน เช่นเดียวกับโรคด่างขาว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3>หลักการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของรังสียูวี</h3>
<p>หลักการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของรังสี UV มี 2 วิธีด้วยกัน คือ</p>
<ol>
<li>รังสี UV ถูกดูดซึมเข้าในเนื้อโปรตีน เอนไซน์ ผนังเมมเบรน (membrane) เซลล์ ทำให้โมเลกุลแยกออกจากกันและถูกทำลาย ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับการที่ผิวเสื่อมสภาพตามอายุที่มากขึ้น</li>
<li>เกิดอนุมูลอิสระขึ้น โดยรังสี UV ในบรรยากาศจะมีออกซิเจน และสารสีที่ถูกกระตุ้นโดยแสง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ผลคือรังสี UV จะทำลายเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกาย</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ผลกระทบของรังสียูวีต่อผิวหนัง และร่างกาย</h3>
<p>การได้รับรังสี UV มากเกินไปสามารถส่งผลเสียหลายอย่างต่อผิว ไม่ว่าจะผิวไหม้แดดในระยะสั้น ไปจนถึงความเสียหายในระยะยาว เช่น การแก่ก่อนวัย ความผิดปกติของเม็ดสี ไปจนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งผิวหนัง โดยผลกระทบหลักของรังสียูวี มีดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ผิวไหม้จากแสงแดด</h3>
<p>รังสี UV ทำให้ผิวไหม้จากแสงแดดได้ เมื่อผิวหนังสัมผัสกับรังสี UV ในปริมาณสูงมากเกินไป ตัวรังสี UVB ทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกถูกทำลายจนเกิดผิวไหม้เกรียม ซึ่งอาจทำให้ผิวเกิดรอยแดง ปวดแสบปวดร้อน และลอกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ผิวแลดูแก่ก่อนวัย</h3>
<p>รังสี UV ที่กระทบกับผิวโดยตรง โดยเฉพาะรังสี UVA นั้นสามารถทะลุผ่านผิวหนังชั้นนอกไปสู่ชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในระดับโครงสร้าง จึงทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและผิวหนังหย่อนคล้อย จนผิวดูแก่ก่อนวัยได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>โอกาสในการเกิดมะเร็งผิวหนัง</h3>
<p>ทั้งรังสี UVA และ UVB คือ รังสี UV ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ โดยสามารถทำลาย DNA ในเซลล์ผิวได้โดยตรง นำไปสู่การพัฒนาของมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย หากได้รับรังสี UV เป็นเวลานาน ในปริมาณมาก จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้เร็วมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>การปกป้องตนเองจากรังสียูวี</h2>
<p>เมื่อได้รู้ถึงผลกระทบอันร้ายแรงจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) แล้ว เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากรังสี UVแต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ การระมัดระวังในการป้องกันตนเองจากรังสี UV ถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพผิวให้แข็งแรง ซึ่งวิธีต่อไปนี้เป็นวิธีป้องกันตัวเองจากแสงแดดที่มีรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>การใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ</h3>
<p>แม้ว่าจะไม่มีแสงแดด หรือหลบแดดอยู่ในร่มก็หนีไม่พ้นรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) อยู่ดี แม้กระทั่งการอยู่ในอาคารไม่เจอแดดก็ยังหนีไม่พ้นรังสี UV จากหลอดไฟ แสงจากจอคอม แสงจากจอโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV โดยเป็นครีมกันแดดที่มีค่า SPF (ปัจจัยป้องกันแสงแดด) สูงกว่า 30 ขึ้นไป โดยปัจจุบันนี้มีกันแดดให้เลือกอยู่หลายแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็นครีม เจล สเปรย์ หรือแบบแท่ง  โดยต้องทาบริเวณที่โดนแสงแดดทั้งหมด ไม่จำกัดเฉพาะแค่ใบหน้า ทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นได้ หากว่ายน้ำหรือมีเหงื่อออก โดยอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำเพื่อคงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>อยู่ในที่ร่มเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง</h3>
<p>จำกัดเวลาในการโดนแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงที่สุด (ปกติระหว่าง 10:00-16:00 น.) เพราะช่วงเวลานี้แสงแดดที่ส่องลงมาจะมีความเข้มข้นของรังสี UV มาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สวมเสื้อผ้าป้องกันแสงแดด</h3>
<p>เพื่อไม่ให้ผิวของคุณต้องสัมผัสกับรังสี UV ที่มาจากแสงแดดโดยตรง ควรคลุมผิวของคุณด้วยเสื้อผ้าหลวมๆ น้ำหนักเบา ใส่เป็นกางเกงขายาว พกเสื้อแขนยาวมาไว้คลุม โดยอาจเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ระบุคุณสมบัติในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกันรังสี UV ให้มากขึ้น สวมหมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดดป้องกันรังสี UV เพื่อปกป้องตัวเองจากรังสีที่เป็นอันตราย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>หลีกเลี่ยงการใช้เตียงอาบแดด</h3>
<p>เตียงอาบแดดสามารถปล่อยรังสี UVA และ UVB ออกมาได้ ซึ่งรังสี UV ที่ปล่อยออกมานั้น อาจมีความรุนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหากหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งนี้ได้ จะเป็นการลดความเสี่ยงของความเสียหายต่อผิวหนังและโรคมะเร็งที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สรุป</h3>
<p>รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV เป็นรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาพร้อมแสงแดดเพราะจากการแผ่ของดวงอาทิตย์ โดยมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 100-400 นาโนเมตร ทำให้ไม่สามารถมองเห็นรังสี UV ด้วยตาเปล่าได้ นอกจากดวงอาทิตย์แล้วรังสี UV ยังมาได้จากหลายแหล่ง หากได้รับในปริมาณที่พอดีจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น การกระตุ้นให้ร่างกายผลิตวิตามิน D ในการเสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาโรคบางชนิดได้ แต่หากได้รับรังสี UV มากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ไม่ว่าจะผิวไหม้แดดในระยะสั้นไปจนถึงความเสียหายในระยะยาว จนก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลรักษาสุขภาพผิวให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงของความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครีมกันแดด การอยู่ในที่ร่ม และการสวมชุดป้องกัน จะทำให้คุณสามารถเผชิญกับแสงแดดได้อย่างปลอดภัยและลดผลกระทบด้านลบของรังสี UV ด้วย</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;">สารบัญความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการแพทย์ความงาม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/aesthetic-medical-technology/">สารบัญความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ทางด้านความงาม</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h4 style="text-align: center;">อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า!</h4>
<h4 style="text-align: center;">อัปเดตเทรนด์ และ Protocols</h4>
<h4 style="text-align: center;">นวัตกรรมมือแพทย์ล่าสุดก่อนใครที่นี่!!</h4>
</blockquote>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_btn3-container vc_btn3-center" ><a class="vc_general vc_btn3 vc_btn3-size-lg vc_btn3-shape-rounded vc_btn3-style-modern vc_btn3-color-warning" href="https://wellness.vayo.co.th/contact/" title="ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!" target="_blank" rel="nofollow">ดาวน์โหลด Clinical Catalog ฟรี!</a></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog/ultra-violet/">การรักษาด้วยรังสียูวี (UV) หรือที่เรียกว่า รังสีอัลตราไวโอเลต ( Ultra Violet ) </a> appeared first on <a href="https://wellness.vayo.co.th/blog">VayoWellness - Blog : Smart Tech Better Life</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
